[KHR] Fic - - Have you ever loved me? 「D18」 [1/2]

posted on 03 Feb 2012 23:20 by psychologist-coo

 

 

 

 

 

 

NC-15

 

 

 

 

 

 

การได้โอบกอดร่างเปลือยเปล่าของผู้เป็นที่รักไว้นั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นเสมือนสิ่งที่ทำได้เพียงเฝ้าใฝ่ฝัน เฉกภาพมายาที่ปรากฏในห้วงนิทราและจางหายไปกับแสงสว่างในยามเช้าเมื่อลืมตาตื่นจากค่ำคืนที่ไม่มีใคร...

 

 

...ทั้งที่คิดว่าคงทำได้เพียงเท่านั้น...

 

 

“ฉันไม่มีถุงยางนะ?”

 

อีกฝ่ายพยักดวงหน้าชื้นเหงื่อของตนแทนคำตอบ เรือนร่างที่ถูกปรนเปรอจนกระสันสั่นระริกอย่างไม่อาจซ่อนความปรารถนาให้เขาฝังกายลึกเข้าไป

 

“อ๊ะ...ฮึกก... อ๊าา” นัยน์ตาสีเดียวกับฟากฟ้ายามรัตติกาลที่ฉายแววหยิ่งยโสดั่งอัญมณีสูงค่าหายไปภายใต้เปลือกตาที่ข่มแน่น ความร้อนรุ่มซึ่งไม่อาจบ่งชัดว่ามาจากอุณหภูมิกายหรือไฟราคะในจิตใจยิ่งเพิ่มมากขึ้นในทุกผิวสัมผัสที่บดเบียดเข้าหา หากเป็นคนธรรมดาก็คงม้วยมลายเสียแต่วินาทีที่ได้โถมกายลึกสุดตัว ทว่าสำหรับม้าพยศ... เมื่อความรู้สึกที่เคยอัดแน่นได้ทะลักล้นในร่างของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็มักจะเปลี่ยนอิริยาบถทันทีทั้งที่ร่างยังคงเชื่อมกันไว้เสมอ

 

“ฮะ..อ๊าา” ครั้งนี้เจ้าของเรือนร่างที่ผ่านการตีตราด้วยรอยช้ำได้รับเกียรติให้ขึ้นควบอาชาไนย

 

หากเสียงครางระเรื่อเปรียบได้ดั่งดนตรีเร้ากามา เสียงจากกายาที่เคลื่อนเข้าหาก็คงเป็นเสียงร้องหลักที่เข้าได้กับทั้งจังหวะรุนแรงหนักหน่วงของกลอง... จังหวะกดย้ำสม่ำเสมอของคีย์บอร์ด... จังหวะเสียดสีชวนวาบหวามของไวโอลินกับคันชัก และจังหวะช่วงสุดท้ายของดนตรีร็อค... ที่จะดีดไปบนกีตาร์ซ้ำๆ แล้วดีดย้ำแรงๆอีกหนึ่งทีเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ปิดท้าย

 

“อ๊ะ..อ๊าา... มะ..ไม่ไหว..แล้ว...” ร่างของผู้พูดกระตุกเร่า ก่อนที่อารมณ์สั่งสมจากการควบม้าจะล้นทะลัก เด็กหนุ่มล้มตัวลงมาหอบแฮ่กๆอยู่บนแผ่นอกใต้ต่อรอยสักที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ดีโน่รั้งดวงหน้าที่แม้ดูเหนื่อยอ่อนแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความแข็งกร้าวนั้นขึ้นมาเชยชิด แนบจุมพิตหอมหวานเป็นรางวัลพร้อมคำหนึ่งคำที่พร่ำบอกเสมอมา

 

“ฉันรักเคียวยะนะ”

 

“...” แล้วก็เหมือนกันกับทุกครั้งที่อีกฝ่ายเบือนหน้าหนี... เหมือนไม่อยากได้ยิน... เหมือนไม่อยากรับฟัง... เหมือนกับเป็นสัญญาณให้ชวนใจหายในทุกคราวว่า... ตลอดมาเขาและเคียวยะ...

 

 ‘อาจไม่ได้กำลังรู้สึกอย่างเดียวกัน’

 

 

 

Do you love me?

 

Or should I ask more straight

 

Have you ever loved me?

 

 

 

คงจะเป็นภาพแปลกตาไปสักหน่อยหากใครมาเห็นแก้วเหล้าสองใบวางอยู่บนโต๊ะที่มีเพียงชายหนึ่งคนกับเด็กน้อยที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะอายุไม่เกิน 5 ขวบนั่งอยู่ แต่กระนั้นทั้งสองคนก็ยังคงคุยกันผ่านขวดบรั่นดีต่อไปราวกับว่าไม่ได้มีสายตาคู่ใดเลยที่มองมายามที่ใครสักคนเดินผ่านโต๊ะของพวกเขา

 

“คงไม่ใช่แค่ชวนมาก๊งเฉยๆใช่ไหม รีบอร์น” เจ้าของเรือนผมสีทองชวนให้สะดุดตาเป็นฝ่ายถามถึงเหตุผลของการพบเจอครั้งนี้ จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถานที่นัดพบเป็นร้านเหล้าชื่อดัง หากแต่อัลโกบาเลโน่ผู้นี้ก็ไม่ได้เอ่ยปากชักชวนเขามาเป็นเวลานานแล้ว

 

นานนับตั้งแต่ศึกชิงแหวนวองโกเล่ได้เริ่มต้นขึ้น...

 

“ฉลาดขึ้นนะ เจ้าลูกศิษย์” เสียงเล็กๆพูดประโยคที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะสมวัยสักนิด “หรือควรจะบอกว่าอดีตลูกศิษย์ดีล่ะ”

 

“ไม่เอาน่า” คนฟังขยับรอยยิ้มบางๆ ยกแก้วขึ้นจิบเหมือนแก้เก้อ

 

“ไม่ว่าเมื่อไหร่นายก็เป็นอาจารย์ของฉันเสมอ”

 

“ต่อให้ตอนนี้แกเองก็มีลูกศิษย์เป็นตัวเป็นตนน่ะหรือ” นัยน์ตากลมคู่นั้นหรี่ลงเหมือนมองได้ทะลุปรุโปร่ง และประโยคที่พูดออกมาก็ทำให้มือที่จับแก้วอยู่ต้องชะงัก “ฉันกำลังจะพูดถึงเรื่องส่วนตัว...”

 

รีบอร์นเพยิดหน้าไปทางชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่หากมองเผินๆคงไม่ทันสังเกตว่ายืนเฝ้าระวังอยู่ ณ มุมหนึ่งของร้านมาเป็นเวลานานแล้ว ดีโน่ไม่จำเป็นต้องมองตามไปก็รู้ได้ทันทีว่าอาจารย์สอนพิเศษของตนหมายถึงอะไร เขาจึงแค่ยกมือขึ้นส่งสัญญาณ

 

“ทีนี้ก็ได้กลายเป็นต้องระวังแก้วแตกหรือเก้าอี้หักกันล่ะ” อัลโกบาเลโน่ตัวน้อยขยับปีกหมวกขณะมองตามกลุ่มชายในชุดสูทจนลับสายตาไป น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยเสียจนคนที่ไม่คุ้นชินคงเดาไม่ออกว่าแค่ล้อเล่น

 

“ฉันไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้นแล้วน่า รีบอร์น” ชายผู้เป็นบอสคาบัคโรเน่คนปัจจุบันรีบแย้ง แม้เขาจะเคยซุ่มซ่ามถึงขั้นสะดุดขาตัวเองเมื่อไม่มีลูกน้อง แต่นั่นมันก็เป็นอดีตไปแล้วเมื่อได้มาพบและคบหากับ...

 

ฮิบาริ เคียวยะ” รีบอร์นเอ่ยชื่อของผู้พิทักษ์เมฆาแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ขึ้นมา “ชายคนนั้นจะเป็นกำลังสำคัญต่อสึนะ”

 

ฉันรู้” รู้...และเข้าใจดี เพราะฉะนั้น “ฉันถึงได้พยายามฝึกเขา ถึงจะไม่ใช่ในแบบที่นายเคยฝึกฉัน” ดีโน่รินบรั่นดีลงคออึกหนึ่งก่อนจะพูดในสิ่งที่ตัวเองทอดถอนใจมาตลอด “และถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่เคยคิดว่าฉันเป็นอาจารย์ก็ตาม”

 

รีบอร์นจิบเครื่องดื่มของตนพลางรับฟังอีกฝ่ายเล่าอย่างเย็นใจ

 

“เด็กคนนั้นแข็งแกร่ง เป็นคนที่คาดเดาจิตใจได้ยาก” แถมยังสนใจแค่เพียงในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะสนใจเท่านั้น... “นายคิดว่าพวกเราจะกักขังเมฆที่แสนดื้อรั้นแบบนั้นไว้ได้ตลอดไปงั้นหรือ”

 

คำถามนั้นเขาอาจเป็นสิ่งที่เขาเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอมาก็ได้...

 

อดีตอาจารย์ที่ตอนนี้เป็นครูสอนพิเศษของซาวาดะ สึนะโยชิ ทำเสียงหึในลำคอ

 

หลงรักเข้าไปแล้วรึไง”

 

ควรเป็นคำถามที่ทำให้ใครหลายคนหน้าแดงซ่านเพราะเขินอายหากว่าเป็นเรื่องจริง...

ควรเป็นคำถามที่ทำให้ใครหลายคนหลบตาเมื่อไม่กล้าปฏิเสธ...

 

แต่เขาไม่ใช่คนปากไม่ตรงกับใจพวกนั้น...

 

และที่สำคัญ...

คนๆนั้นที่ถามถึงยัง

 

“เป็นคนที่ไม่สมควรจะรักที่สุด” 

 

เป็นเด็กผู้ชายที่อายุน้อยกว่า...

เป็นคนที่ไม่อาจจะเรียกว่าน่ารักได้เลยสักนิด...

 

แถมยังเป็นลูกศิษย์คนแรกของตัวเอง...

 

“แต่ถึงอย่างนั้น...”

 

ดวงเนตรสีน้ำตาลเชื่อมสบมองคนถามตรงๆอย่างไม่หวั่นไหว

 

“เคียวยะก็เป็นคนๆเดียวที่ฉันรัก”

 

รีบอร์นได้ฟังดังนั้นก็ลอบยิ้มที่มุมปาก

 

“น่าขำใช่มั้ยล่ะ”

 

“เปล่าหรอก เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ” เมื่อฝ่ายอดีตลูกศิษย์ทำหน้างง อัลโกบาเลโน่น้อยจึงอธิบายเพิ่ม “เพราะถ้าทั้งสองคนรักกันก็ไม่จำเป็นต้องห่วงว่าสักวันคาบัคโรเน่จะกลายมาเป็นศัตรู”

 

“นั่นสินะ”

 

ดีโน่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

 

 

“ถ้าทั้งสองคนรักกันจริงอย่างที่ว่าล่ะก็...”

 

 

 

If the feeling we have were the same…

 

                                                                                                  Then I won’t

 

                                                       ‘Be so confused’

 

 

“ฮะ...ฮึกก อ๊าาา”

 

ร่างที่ถูกล่วงล้ำด้วยปลายนิ้วบิดเร่า ขาเรียวพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ตัวเองเผลอประทุษร้ายผู้ถือวิสาสะล่วงเกินเข้ามา

 

เชื่อว่าเด็กคนนี้ไม่เคยอ้าขารับใครเช่นนี้มาก่อน...

 

“อ๊ะ!! ฮึก... อื้ออ...”

 

แต่เขาก็หวาดกลัวเหลือเกิน...

 

เพราะไม่มีหลักประกันว่าต่อจากนี้เคียวยะจะไม่อ้าขารับใครอีก...

 

“พะ..พอได้แล้ว.. ม้าพยศ!!”

 

ดีโน่หยุดนิ้วทั้งสองที่หยอกล้อพะเน้าพะนออย่างอ่อนใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่ฉายแววใจดีอยู่ทุกเวลาลอบมองผลงานของตนด้วยสีหน้าที่พยายามจะไม่แสดงความรู้สึกออกไป

 

“พอ... แค่นี้จะดีเหรอ?” ทั้งยอดอกที่ตั้งชันด้วยความกระสัน ทั้งส่วนสั่นเทิ้มที่หยาดเยิ้มอ้อนวอนร้องขอการปลดปล่อย และอีกที่ที่เฝ้ารอคอยการเติมเต็มด้วยไฟแห่งตัณหา “น่าเสียดายนะ”

 

ผู้เป็นอาจารย์สอนพิเศษแสร้งทำหน้าผิดหวังอย่างที่พูด... รู้ทั้งรู้ว่าเด็กหนุ่มขอให้พอในสิ่งไหน และสิ่งไหน...ที่ไม่เคยรู้จักพอ

 

แต่เขาก็สนุกกับการได้หยอกเย้า...

 

“เข้ามา...” 

 

“หืม...?” ชายผมทองโน้มลงไปกระซิบถาม ลมหายใจร้อนรินรดใบหูอย่างจงใจ

 

“ใส่มันเข้ามา...”

 

คนเอ่ยปากเร่งเร้าทำหน้าเหมือนพร้อมจะแทรกแผ่นดินหนี มองเขาฉีกซองถุงยางอนามัยอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้

 

 

       คงจะดีไม่น้อยหากเธอบอกกันว่า ‘รัก’

                           คงจะดีไม่น้อยหากเธอไม่หลบหน้ายามที่ฉันเอ่ยคำ ‘รัก’

 

 

“ฉัน...”

 

เด็กหนุ่มที่เตรียมจะเมินหนีเหมือนทุกคราวหันมาเหลือบมองเมื่อไม่ได้ยินคำพูดถัดไป...

 

กล้ามเนื้อส่วนที่โอบรัดกายแกร่งบีบเกร็งแน่นเมื่อได้รับการชำแรกแต่ปราศจากการเคลื่อนไหว...

 

ฉัน...

 

...ไม่กล้าถามออกไป

 

‘เพราะกลัวคำตอบที่จะได้ยิน’

 

 

 

 

If the feeling we have were not the same…

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ถามไปเลยเซ่!!!

//เม้นเพียงนิดก่อนตามตอนต่อไปอย่างว่อง

#8 By IndigoMist on 2012-02-29 22:29

ชอบฟิคนี้ ชอบตรงภาษาอังกฤษ
ดีโน่/เคียวยะน่ารัก

#7 By LEOON on 2012-02-16 19:00

=[]=!!

เฮียถามเลยโลดดด!!!

(ชูป้าย)

( หนูเคียวยอมขนาดนี้เเล้วนี่นะ )

เคียวยะเป็นคนเดียวที่ฉันจะรัก...><

#6 By @I_ on 2012-02-05 20:35

กำลังจะสครีมถึงกลิ่นดราม่า

แต่สายตาไปหยุดที่ "คันชัก"

ลืมหมดเลย

#5 By ♥~Isis_neptra~♥ on 2012-02-04 22:16

เริ่มแรกก็พาเลือดหมดตัววววววว =.,=!!!!

“เคียวยะก็เป็นคนๆเดียวที่ฉันรัก”
รักแท้แม่นแล้วค่ะเฮีย หนูปลื้มมมมมมม !!!

เด็กซึนเค้าก็เป็นแบบนี้แหละค่าเฮียยย
รักนะแต่ไม่แสดงออก อรั๊ง~♥ //โดนทอนฟาอัด

#4 By SkyLark on 2012-02-04 13:58

เคียวยะซะอย่าง ถ้าไม่รักคงไม่ยอมหรอกมั๊ง อย่าเครียดดิม้า เครียดตามไปด้วย(ซับเลือดไปด้วย)แล้วเนี่ย =.,=!!

#3 By ๛Aki๛ on 2012-02-04 09:47

อาาาา..
เป็นฟิคที่เรียกเลือดจริงๆ เกือบหมดตัวแน่ะ
สุดยอดดดด

#2 By chaste-child on 2012-02-04 09:19

บอส.. *เข้าไปขย้ำด้วยรัก*
คิดถึงฟิคบอสมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากจะบอกว่า..สะดุดกึกกับประโยคแรกที่โน่พูดไปประมาณหลายวิ...
และต่อด้วยคำว่า กดคีย์บอร์ด คันชัก..

เด็กเขาซึน ต้อยมาตั้งนานอยู่ยังคิดมากอีกนะเสี่ย..
ก็ใส่..เอ้ยก็หื่นใส่อย่างเดียวนี่..

สมกับเป็นฟิคบอสจริงๆ.. (มาครึ่งนึงก็ยังฮูเนะ1218% ..)

#1 By OnimizU on 2012-02-03 23:47