[KHR] Fic - - Possibility

posted on 04 Feb 2010 01:00 by psychologist-coo

 

Title: Possibility

Pairing: Romario x Kusakabe  (and a little bit of Dino x Hibari)

Rating: NC-17

Warning: ลุง, K, เหล้า

Author's note: ก็กะแต่งฟิควันเกิดพี่โน่เหมือนกัน แต่มันออกมาคู่นี้ได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไซโคยังรักดีสิบแปดเสมอนะ

________________________________________________________________________________

 

 

ช่วงค่ำหลังการประมือของดีโน่และฮิบาริในวันแรกจบลง ลูกน้องคนสนิทของคนทั้งคู่ก็ชวนกันไปนั่งก๊งเหล้าริมทางอย่างคนที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยจริงจังกับชีวิตของตนได้เท่ากับส่วนเสี้ยวของการเป็นห่วงผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย

 

“แล้วการฝึกนี่จะกินเวลานานแค่ไหนกันครับ คุณโรมาริโอ้” เจ้าของทรงผมโดดเด่นไม่เหมือนใครเอ่ยขึ้นขณะจิบเมรัยเป็นถ้วยที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้

 

“น่าจะสัก 2-3 อาทิตย์ ก่อนที่จะถึงศึกชิงแหวนรอบผู้พิทักษ์แห่งเมฆาล่ะ” ชายหนุ่มผู้ซ่อนสายตาใต้กรอบแว่นดำเผยคำตอบเคร่งๆ “ระหว่างนั้นบอสกะจะลากเจ้านายเธอออกไปให้ไกลจากมัธยมต้นนามิมากที่สุดด้วย”

 

คุซาคาเบะเงียบไปสักพัก ก่อนจะรินเหล้าเพิ่มในถ้วยเปล่าของมือขวาแห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่

 

“ผมคิดว่าพวกคุณทำถูกแล้วล่ะครับ ขืนปล่อยให้คุณเคียวได้เห็นโรงเรียนของตัวเองโดนถล่มเข้าล่ะก็ คงอาละวาดแบบหยุดไม่อยู่แน่ๆ”

 

“ดีใจที่พวกเราคิดตรงกันนะ” โรมาริโอ้ขยับยิ้ม ก่อนจะชนถ้วยสุรากับลูกน้องคนสนิทของผู้พิทักษ์แห่งเมฆา
คุซาคาเบะยิ้มตอบและตอกย้ำถึงข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างจะโหดร้าย

 

“นี่ถ้าคุณดีโน่กับคุณเคียวเข้าใจตรงกันได้เหมือนอย่างเรา เรื่องทุกอย่างก็คงจะไม่ยุ่งยากอย่างที่เป็นอยู่สินะครับ”

 

คนฟังกระดกถ้วยเหล้าผ่านลำคอหมดในรวดเดียว แล้วหยิบขวดที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้เมื่อไหร่กันที่เหล้าในขวดหมดเกลี้ยงไปเสียแล้ว

 

“สั่งใหม่ดีไหมครับ”

 

โรมาริโอ้สั่นศีรษะปฏิเสธข้อเสนอนั้น เพราะทั้งเขาและเด็กหนุ่มต่างก็ดื่มมามากแล้ว

 

“ขืนเราสองคนเมาค้างล่ะก็ พวกบอสต้องลำบากแน่ๆเลย ว่าไหม”

 

“นั่นสินะครับ” คุซาคาเบะยอมรับเหตุผลแต่โดยดี “ถ้าอย่างนั้น... ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับลุง”

 

สายตาใต้แว่นกันแดดมองตามมือที่กำลังคว้าเงินขึ้นมาจ่าย ก่อนจะวางมือของตนที่ไหล่อีกฝ่ายเบาๆเป็นเชิงห้าม

 

“ให้ทางนี้เป็นฝ่ายเลี้ยงแล้วกันนะ”

 

ลูกน้องคนสนิทของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับข้อเสนอทั้งรอยยิ้ม

 

“งั้นก็ไม่เกรงใจล่ะนะครับ แต่ครั้งหน้าคงต้องให้ทางนี้เป็นฝ่ายเลี้ยงบ้างล่ะ”

 

 

________________________________________________________________________________

 

 

แสงแดดจ้าทออยู่เหนือศีรษะของคนทั้งคู่ที่ยังคงโจนเข้าหากันอย่างไม่ไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เจ้าของเรือนผมสีทองตวัดแส้คล่องแคล่วรับทอนฟาที่นับวันจะยิ่งทวีความรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น

 

“เก่งขึ้นนี่นา เคียวยะ” หัวหน้ามาเฟียหนุ่มยิ้มกริ่ม ก่อนจะเปลี่ยนวิถีของแส้จากตั้งรับมาเป็นโจมตี “แต่ถ้าเธอยังไม่มีความแม่นยำพอ ก็ไม่ทำให้ชนะเป้าหมายได้ง่ายดายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”

 

เพียงไม่นานร่างของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาก็ถูกกระแทกล้มลงกับพื้นทราย ดีโน่รีบเดินตามเข้าไปดูอาการทันที

 

“ไม่เป็นไรนะ เคียวยะ” มืออบอุ่นยื่นให้ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

 

“ฉัน... ไม่เป็นไร” ว่าพลางพยายามลุกขึ้นด้วยตัวเอง แล้วก็พลันเซหวิดจะล้มลงไปอีกครั้ง หากอีกฝ่ายไม่ยื่นแขนออกมาคว้าไว้เสียก่อน

 

“สงสัยข้อเท้าจะแพลงแล้วล่ะ” เสียงทุ้มที่ชวนให้อุ่นใจพูดหลังก้มลงไปดูรอยช้ำที่เกิดขึ้นรอบข้อเท้า โดยไม่ทันได้สังเกตว่าลูกศิษย์ของตนกำลังทำสีหน้าเลิกลั่กอย่างบอกไม่ถูก “นี่เคียวยะ ให้ฉัน--”

 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ คุณเคียว”

 

จากจะเงยหน้าขึ้นไปถามเจ้าของเรียวขาที่สัมผัสอยู่ ใบหน้าคมหันขวับไปทางสองลูกน้องคนสนิทของพวกตนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล คนที่เดินนำหน้ามาคือเจ้าของประโยคคำถามที่ดูห่วงใยหัวหน้าตัวเล็กของตนไม่น้อย เด็กหนุ่มทรงผมแปลกตานี้ไม่อาจคาดเดาอายุจริงได้ว่าตรงกับเค้าหน้าหรือระดับชั้นที่ศึกษา แต่ถึงกระนั้นเด็กคนนี้ก็ค่อนข้างคล้ายกับมือขวาคนสนิทของเขา มีทั้งความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนเป็นเจ้านาย

 

“ไข้ขึ้นอีกรึเปล่าน่ะครับ” คุซาคาเบะถามเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มในชุดนักเรียน ม.ต้น แต้มสีระเรื่อที่ไม่ได้มาจากแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรียกให้หนุ่มสูงวัยที่สุดในกลุ่มเงยหน้าจากกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมาช่วยวินิจฉัยอาการด้วยอีกคน

 

“อาจจะเป็นลมแดดได้นะครับบอส ผมว่ารีบจัดการให้เสร็จแล้วพาเข้าไปพักข้างในดีกว่า” โรมาริโอ้ส่งผ้าพันแผลให้กับเจ้านายตน

 

“นั่นสินะ” ดีโน่ที่รับผ้าพันแผลมามัวแต่ตั้งใจผูกมันรอบข้อเท้าเล็ก จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าใบหน้าของฮิบาริที่มักไม่เฉยชาก็เกรี้ยวกราดกำลังถูกแทนที่ด้วยใบหน้าร้อนผะผ่าวและริมฝีปากที่เผยอออกเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่อาจรวบรวมความกล้าได้

 

สองลูกน้องคนสนิทมองไปที่ฝ่ามือใหญ่ซึ่งผูกผ้าพันแผลให้กับลูกศิษย์ตนอย่างอ่อนโยน แล้วหันกลับมามองหน้ากันอย่างเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มมีอาการเช่นนั้นได้เป็นอย่างดี

 

 

________________________________________________________________________________

 

 

บรรยากาศยามค่ำของบ้านพักชายทะเลเงียบสงบลงจากเมื่อกลางวันมาก บัดนี้มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งและเสียงสายลมที่พัดต้องมวลไม้รอบบริเวณที่พักเท่านั้น ลูกน้องของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบยังคงขะมักเขม้นอยู่ในครัวอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามา

 

“คุณโรมาริโอ้ยังไม่นอนอีกหรือครับ” เด็กหนุ่มถามทันทีที่เห็นว่าเจ้าของเงาทอดซึ่งผ่านบานประตูนั้นเป็นใคร

 

“อื้อ เธอเอง ดึกดื่นป่านนี้ก็ยังทำงานอยู่นี่นา” หนุ่มสูงวัยก้าวข้ามห้องเข้ามายังโต๊ะเตรียมอาหารที่อีกฝ่ายขลุกอยู่ “ชงชางั้นหรือ”

 

“ครับ” คุซาคาเบะตอบ พลางตวงน้ำตาลทรายให้ได้ปริมาตร “คุณเคียวมักจะจิบชาก่อนนอนเสมอ และเพราะคุณเคียวไม่ชอบทานหวาน จึงทำให้เติมน้ำตาลมากเกินไปไม่ได้น่ะครับ”

 

โรมาริโอ้มองตามน้ำตาลเม็ดร่วนที่มีอยู่ในช้อนแค่เพียงเมล็ดข้าวสวยเท่านั้น

 

“เพราะอย่างนั้นถึงได้ดูตั้งอกตั้งใจมากสินะ ชานั่นเติมแค่นั้นไม่หวานก็จริง แต่แบบนี้จะเติมไปเพื่ออะไรกันล่ะ”
คนถูกถามขยับรอยยิ้ม

 

“ชาที่ชงจากใบชาแบบพิเศษมักมีผงชาลอยวนอยู่เหนือผิวน้ำ จึงจำเป็นต้องเติมน้ำตาลเพื่อจับกับผงชาให้ตะกอนทั้งหมดจมลงไป”

 

“ผงชางั้นหรือ” นัยน์ตาเบื้องหลังเลนส์แว่นดำพยายามมองลงไปในแก้ว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่พบเห็นความผิดปกติอะไร

 

“มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรอกครับ” คุซาคาเบะตอบคำถามด้วยคำพูดที่อีกฝ่ายไม่อาจทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม มือขวาคนสนิทของบอสคาบัคโรเน่แฟมิลี่ก็ยังคิดว่ามันเป็นคำตอบที่มีความหมายลึกซึ้ง และนอกจากนั้นแล้ว การที่เด็กหนุ่มตรงหน้ามีความละเอียดอ่อนมากถึงเพียงนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดหมาย คนส่วนใหญ่มักตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกว่าเด็กหนุ่มเป็นอันธพาลเอาแต่กร่างไปวันๆ เหมือนกับตัดสินว่าฮิบาริ เคียวยะเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจจากเพียงแค่การกระทำส่วนใหญ่ที่เห็น ทั้งที่สองคนนี้ต่างก็มีมุมมองบางอย่างที่น่าสนใจและน่ารักใคร่มากกว่าจะหลีกหนีเพราะความขลาดเขลา

 

“ผมขอตัวยกชาไปให้คุณเคียวก่อนนะครับ”

 

โรมาริโอ้แตะแขนที่ยกถาดชาขึ้นเบาๆ แล้วส่ายหน้า

 

“อย่าเพิ่งไปกวนบอสกับเจ้านายเธอตอนนี้เลยดีกว่านะ”

 

 

________________________________________________________________________________

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น อาการไข้ที่คุซาคาเบะเคยพูดไว้ก็ย่างกรายเข้ามาเยือนจนหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบร่างเล็กลุกขึ้นไม่ไหว เด็กหนุ่มทรงผมโดดเด่นยกถาดน้ำเข้ามาเปลี่ยนเพื่อให้บอสคาบัคโรเน่ได้คอยเช็ดตัวให้ลูกศิษย์ตน พยายามอดใจไม่ให้ถามในสิ่งที่กำลังสงสัย

 

สายตาสีน้ำตาลคู่นั้นพิศมองดวงหน้ายามหลับของเจ้านายเขาอย่างอ่อนโยน มืออุ่นข้างหนึ่งกุมมือเรียวไว้ราวกับครั้งหนึ่งเคยตั้งสัตย์สาบานว่าจะไม่ยอมพรากจากไปไหน  มืออีกข้างเกลี่ยเรือนผมสีรัตติกาลชื้นเหงื่ออย่างทะนุถนอม หากแม้นว่าหนึ่งจุมพิตดูดดื่มสามารถเยียวยาพิษไข้ให้หายไปได้ คนๆนี้คงตัดสินใจทำมันลงไปอย่างไร้ซึ่งความลังเล

 

แต่ทั้งหมดนั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหา ความผูกพันระหว่างอาจารย์ลูกศิษย์จะสามารถมีได้ลึกซึ้งแค่ไหนกันตัวเขาเองก็ไม่อาจรับรู้ สิ่งที่ดูรบกวนใจเขามากที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ท่าทีของบอสคาบัคโรเน่ที่อยู่ตรงหน้า หากแต่เป็นเพราะความที่เหมือนกับว่าตนจะสะเพร่าในหน้าที่มากกว่า

 

เมื่อเย็นวานเขาก็คอยประเมินด้วยสายตาแล้วประเมินด้วยสายตาอีกว่าร่างกายของผู้เป็นนายไม่ได้มีความผิดปกติใดๆนอกจากข้อเท้าเคล็ดซึ่งเป็นผลของการฝึก ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่จู่ๆจะมาเป็นไข้เพียงแค่ข้ามคืน นอกเสียจากว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่เขาหลับอยู่เท่านั้น

 

เขาไม่รู้ว่ามาเฟียจะมีสติตื่นตัวแค่ไหนในยามที่เข้าสู่ห้วงนิทรา แต่เจ้านายของเขาไม่มีทางที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้ายแม้จะหลับลึกมากสักแค่ไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจและยิ่งตอกย้ำให้อยากได้คำตอบมากขึ้นว่าอะไรกันที่บังอาจทำให้เด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆนอนสลบไสลเพราะพิษไข้ไม่ได้สติถึงเพียงนี้ จนกระทั่งความสำนึกผิดฟ้องตัวเองในเสี้ยววินาทีถัดไปว่าเจ้านายตนอาจออกมาตากลมข้างนอกเนื่องจากไม่ได้จิบชาที่คุ้นเคย

 

“คุณดีโน่”

 

“หืม” คนถูกเรียกหันมามองราวกับเพิ่งตระหนักว่ามีใครอื่นอยู่ในห้องพักนี้ด้วย แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากผู้เป็นลูกศิษย์ตน “มีอะไรงั้นหรือ”

 

“ผมแค่สงสัยว่า...”

 

พรึ่บ!! ประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่นเปิดออกก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ถามจบประโยค ทั้งสองคนมองไปยังแขกผู้มาเยือนซึ่งปกติจะเคาะบอกก่อนตามมารยาท

 

“ขอโทษด้วยนะครับบอสที่มารบกวน แต่ผมคงต้องขอตัวคุซาคาเบะคุงไปล่ะ”

 

 

________________________________________________________________________________

 

 

โรมาริโอ้กึ่งลากกึ่งจูงเด็กหนุ่มที่อายุห่างกันมากโขออกมาให้ไกลจากห้องพักส่วนตัวของเจ้านายทั้งสอง ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นไม่ได้ทอประกายกราดเกรี้ยวหากแต่กลับดูเหินห่างและเย็นชา ไม่มีคำตอบรับแม้แต่เพียงทางสีหน้าให้กับคำถามของคุซาคาเบะเลยแม้แต่น้อย

 

“คิดจะลากผมไปถึงไหนกันน่ะครับ” แทนคำตอบ ร่างของเด็กหนุ่มถูกผลักเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะถูกดันให้หลังชิดกับผนัง

 

“ทั้งๆที่ฉันคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้ใหญ่กว่านี้แท้ๆ” น้ำเสียงที่มักจะเอ่ยกับผู้อ่อนวัยกว่าด้วยความเอ็นดูแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ

 

“ผมก็กำลังคิดจะพูดอย่างนั้นเหมือนกันครับ” คุซาคาเบะตอกกลับแทบจะในทันที “ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนไม่มีเหตุผลถึงขนาดนี้”

 

นัยน์ตาใต้กรอบแว่นดำจ้องใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างประเมินค่า ทั้งที่อีกฝ่ายไม่มีทางรู้ได้เลยว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม

 

“ใครกันแน่ที่ไม่มีเหตุผล” โดยไม่รอให้คุซาคาเบะได้เถียงต่อ มือขวาแห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่ผู้กำลังกราดเกรี้ยวก็ลากคอเสื้อเด็กหนุ่มแล้วโยนลงไปในบ่ออาบน้ำกลางแจ้งขนาดเล็กที่เชื่อมติดกับตัวห้องโดยตรง “ตอนแรกก็ยืนยันกับบอสว่าคงไม่ได้ใช้กับเธอแน่ๆ แต่ในที่สุดก็ต้องกลืนคำพูดตัวเองจนได้”

 

มือแกร่งกระชากเรือนผมสีดำยาวที่ตกลู่ลงเพราะเปียกน้ำขึ้นมาประจันหน้ากันตรงๆ

 

“อยากรู้ไม่ใช่เหรอคุซาคาเบะคุงว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นในห้องของบอสกับเจ้านายเธอ”

 

ขณะพยายามกระพริบตาไล่น้ำไปจากทัศนวิสัย เด็กหนุ่มก็โดนคว้าร่างเข้ามารับริมฝีปากที่ประกบลงไปด้วยความโมโห ดูเหมือนโทสะจะครอบงำสำนึกถูกผิดจนมองไม่เห็นเสียแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใครหรือมีสถานะอย่างไร คุซาคาเบะที่ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มั่นใจนักหนาของตัวเองผลักชายหนุ่มที่อายุมากกว่าออกห่างจากตัว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ประสบผล คนๆนี้ช่ำชองในเรื่องการต่อสู้อย่างสมแล้วที่ได้เป็นถึงมือขวาของหัวหน้ากลุ่มมาเฟีย เด็กหนุ่มพยายามขืนปากเต็มที่ไม่ให้ลิ้นหยาบกระด้างแทรกผ่านเข้ามา ทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจขบแนวฟันคมเรียกเลือดจากริมฝีปากที่ดื้อรั้นนั้น ความเจ็บปวดที่พลันเกิดขึ้นทำให้เผยอรับเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากอย่างไม่ตั้งใจ กลิ่นคาวของโลหิตคละเคล้าในริมฝีปาก ปลายลิ้นที่ถูกไล่ต้อนถูกบีบให้พัลวันเข้าหากัน จนกระทั่งได้กลิ่นจางๆของบุหรี่ที่หนุ่มสูงวัยมักสูบเป็นประจำ

 

บัดนี้คุซาคาเบะเข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กสาวที่ถูกจุมพิตดูดดื่มจึงได้ทรุดกายไร้เรี่ยวแรงในอ้อมกอดของชายที่เธอใผ่ฝัน ลมหายใจที่เขาพยายามสูดผ่านจมูกทั้งหมดถูกอีกฝ่ายกลืนกินผ่านริมฝีปากที่ประกบกันนั้นเสียสิ้น ยิ่งพยายามห